The show MUST go on

posted on 30 Nov 2010 15:52 by marazola in RCL
นานแค่ไหนกันนะ...ที่ป้อมปราการของเราสามารถกระแทกลูกหนังเข้าไปซุกที่ก้นตาข่ายได้มากกว่า 2 เม็ดในเกมเดียว?

ติ๊กต่อก...ติ๊กต่อก...ติ๊กต่อก...

นั่นแน่....แอบไปเปิดบันทึกดูกันใหญ่เลยนะครับ  :(
ไม่ต้องไปค้นให้เปลืองเวลาหรอกครับ เพราะครั้งสุดท้ายที่ป้อมปราการของเราสามารถบรรจงเสกลูกหนังเข้าท้องคู่ต่อสู้ได้มากกว่า 2 เม็ดในเกมเดียว มันเกิดขึ้นตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2553 โน่นแหน่ะ...

โดยศัตรูที่รักผู้โดนปราการกระทำชำเราอย่างโหดร้ายก็คือ "สระแก้ว ยูไนเต็ด" ขอรับ
ส่วนสถานที่ฆาตกรรมนั่นล่ะหรือ ก็คือสนามกรมศุลฯ บ้านเช่าอันอบอุ่นของเรานี่เอง (ผลป้อมปราการกระทุ้งไป 4-1 เชอรีฟขอสอง!)

นั่งนับนิ้วดู ก็ผ่านมาได้ร่วมๆ 4 เดือนทีเดียวเชียว
หากนับเป็นจำนวนนัดที่ลงสนาม จากเกมนั้นจนถึงเกมกับชัยนาท ก็ไม่มากเท่าไหร่หรอกครับ แค่ 15 นัด เท่านั้นเอง!!! (รวมทุกถ้วย)

โอ้วววว! นานนมจนนมยานไปถึงหัวเข่าแล้วนะเนี่ย   [(love)]

แต่หากอยากรู้ว่าเกมสุดท้ายที่ป้อมปราการโยธาทัพออกนอกบ้าน แล้วกระทุ้งได้เกิน 2 เม็ดนัดสุดท้ายนั้นเกิดขึ้นเมื่อไหร่ คงต้องมูนวอล์คเข็มนาฬิกากลับไปถึงเดือนสิ้นเดือนมีนาคม ต้นปีโน่นเลยครับ จึงจะพบว่า...
เหยื่อรายสุดท้ายที่โดนป้อมปราการเอาระเบิดไดนาไมท์ไปฝังถึงรัง ก็คือ "สระแก้ว ยูไนเต็ด" ทีมเดิมนี่แหละครับด้วยจำนวนถึง 4 แผลเช่นเคย   [(no)] (อะไรจะแพ้ทางขนาดน้าน)

ข่าวร้ายก็คือ...
นั่นเป็นเกมนอกบ้านเกมเดียวเท่านั้น ที่ปราการยิงคู่ต่อสู้เกิน 2 เม็ด ในซีซั่นนี้   [(no)]

จนกระทั่งล่าสุด...
ชัยนาท เอฟซี ก็ได้รับเกียรติถูกบรรจุเข้าสู่แฟ้มฆาตกรรมโหดนอกบ้านของปราการ ไปเป็นทีมล่าสุดจนได้...


                                                     


วินาทีแรกที่สาวเท้าเข้าสู่ "เขาพลอง สเตเดี้ยม" ของชัยนาท เอฟซี ผมเชื่อว่าแฟนปราการทุกคนที่อยู่ที่นั่น คงจะสะดุดกับสีชมพูหวาน ที่บานสะพรั่งอยู่รอบอัฒจันท์ทั้งสี่ด้านเหมือนผมแน่ๆ

แม้ว่าเกมในวันเสาร์ที่ผ่านมา แดดยามบ่ายจะแผดเผาและชโลมเลียผิวของแฟนบอลผู้จงรักภักดีทั้งสนามเขาพลองไปไม่น้อย แต่ดูเหมือนว่าสาวกของทั้งสองทีม ก็ไม่ยี่หระหรือสะทกสะท้านกับไอแดดที่รุนแรงแม้แต่น้อย

เหตุผลน่ะหรือ?
ให้กวาดสายตาไปดูที่ขุนพลทั้ง 22 คนบนผืนหญ้าเอาเองครับ นั่นคือคำตอบ


ทันทีที่กรรมการห้ามไก่! อย่างมิสเตอร์ถนอม พ่นลมใส่นกหวีดเป็นสัญญาณเริ่มเกม เท่านั้นแหละ
ขุนพลในเสื้อเกราะสีชมพูหวาน กับสีฟ้า-ขาวอันดุดัน ก็วิ่งเข้าใส่กันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ชนิดที่ผู้เฝ้ามองเกมทั้งสนามเขาพลอง หลงลืมไปเลยว่าความร้อนของแดดที่แผดเผาผิวหนังอันบอบบางนั้นเป็นเช่นไร

แค่ 23 วินาที (23)"กอล์ฟ เดอะ ก็อด" กฤษดา นาคพันธุ์ ก็แอบทำชิ่งหลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายที่เสาแรก แต่เบาไปหน่อย เลยไม่มีปัญหาสำหรับประตูของชัยนาท
เป็นสัญญาณเริ่มเกมที่ดีของป้อมปราการชะมัด!

รูปเกมวันนั้นป้อมปราการเปิดหน้าสู้กับชัยนาทได้ดีจนต้องกระแทกมือดังๆให้ในหลายๆจังหวะเลยครับ
ไม่ว่าจะเป็นในนาทีที่ 13 ที่ (38)"เจ้าแบงค์"สุรพล พรบริบูรณ์ วิงซ้ายของเราที่เติมเกมขึ้นสูงก่อนจะหยอดไปที่เสาไกล บอลลูกกลมๆหมุนติดสปินลอยเกือบจะเสียบใต้คานอยู่แล้ว
โชคไม่ดี ที่เอ็มบาลล่า แชมโบ นายประตูอิมพอร์ตของชัยนาท ไม่เผลอถอยหลังกลับมาปัดออกหลังไปได้ชนิดจวนเจียนเหลือเกิน

ทำเอาสาวกเสื้อชมพูเสียวกันทั้งเขาพลองเลยทีเดียว [(lol)]

ป้อมปราการวันนั้นเล่นเหมือนแอบกินดีหมีก่อนลงสนามเลยครับ
แบ็คโฟร์ไล่ตั้งแต่ขวามาซ้าย (2)"เบิร์ด" ธงชัย ทองวิไล, (3)"โอ๊ต" ชัยรัช ศรีสุขพร้อม, (27) ร็อดดิค และ(38)"เจ้าแบงค์"สุรพล พรบริบูรณ์ เล่นได้เหนียวแน่น และแน่นอนเหลือเกิน
เอาแค่ลูกที่สกัดข้ามเส้น พวกเขาช่วยให้ปราการไม่เสียประตู ก็เน้นๆไปถึง 2 ครั้งแล้ว! อย่างนี้จะไม่ให้กระแทกมือดังๆให้ได้ยังไงล่ะขอรับ

แต่พระเอกของกำแพงเหล็กป้อมปราการ คงต้องยกให้ "ร็อดดิค" กองหลังหุ่นนักมวยปล้ำของเรา

ปราการหลังจากแคเมอรูน ทำตัวได้น่าเกะกะมากเลยครับ  ???
เพราะไม่ว่าจะยืนอยู่ตรงไหนของแผงหลัง บอลจากเกมรุกของชัยนาทก็มาติดที่ร็อดดิคไปซะหมด จะลูกเปิดจาดด้านข้าง, ลูกคิลเลอร์ พาสจากแดนกลาง หรือลูกที่มือปืนของขัยนาทพยายามจะแหวกเข้าไปล่อเป้าทีมเรา
ร็อดดิคยืนเคลียร์ได้เรียบวุธ   [(fan)]

เล่นอย่างนี้... (35)"เจ้าจอม" ชูเกียรติ ฉิมวงศ์...ชไมเคิ่ลแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ก็เบาใจไปเยอะเลยครับ

ขณะที่แดนกลางของปราการวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำผลงานได้ในระดับ "มาสเตอร์ พีซ" สะเด็ดสะเด่าทีเดียว
โค้ชจักรีวาง (22)"โน๊ตโตะ" ณัฐพงษ์ คำอักษร และ (7)"อุ้ม" วิรัตน์ รอดสุข ลงทำเกมทางริมเส้นฝั่งขวา-ซ้ายตามลำดับ
ส่วนคู่มิดฟิลด์อันเป็นหัวใจหลัก ยังคงใช้บริการของ (15)"เจ้าตอย" พงศกร จันทร์หอม ลงคุมเกมคู่กับ (23)"เจ้ากอล์ฟ"กฤษดา นาคพันธุ์ เหมือนเดิม

ซึ่งการที่โค้ชจักรีวางสองคนนี้เป็นคู่พาร์ตเนอร์ในจุดยุทธศาสตร์ของสนามมาตั้งแต่นัดแรก ทำให้เจ้ากอล์ฟและเจ้าตอย เล่นเข้าขาและรู้ใจกันมากขึ้นในทุกๆนัด
ยิ่งเกมกับชัยนาทที่ผ่านมา การเคลื่อนที่ของทั้งคู่ตรงกลางสนาม เวลารุกก็อันตราย ขณะที่เวลารับพวกเขาคุมโซนกันได้ดีมากๆ

คุมดีจนชัยนาทต้องขึ้นบอลทางด้านข้างเสียส่วนใหญ่ อันทำให้บอลทะลุช่องที่เป็นจุดเด่นของพวกเขา ไม่สามารถทำอันตรายให้กับเราได้มากเท่าไหร่
ก่อนที่เราจะใช้การต่อบอลทะลุช่อง มาใช้เล่นงานพวกเขาเสียเอง!

เรียกว่าหนามยอกเอาหนามบ่งขอรับ

เอาเน้นๆจะๆ ที่ติดตาก็เห็นจะมีต้นครึ่งหลังที่ "เดอะ มัส" ไหลบอลทะลุช่องให้ "เชอรีฟ" หลุดเข้าไปยิงในเขตโทษด้านซ้าย
แต่ฮีโร่จากนัดก่อนกลับเลือกที่จะยิงนกเงือกแทนที่จะสอยประตู บอลหลุดกรอบไม่ได้ลุ้น [(eee)]

อีกจังหวะ คือบอลที่ "เจ้าตอย" แทงทะลุช่องมาจากกลางสนามให้ "เดอะ มัส" ของเราใช้ความแข็งแกร่งของร่างกาย เบียดกับกอลหลังชัยนาทก่อนจะซัดด้วยซ้าย เสียบมุมเข้าไปช่วงนาทีที่ 76 อันเป็นลูกฝัง 3-1!!!
ทำให้ เดอะ มัส ของเราขึ้นไปนั่งในตำแหน่งดาวซัลโวของรอบ ชปล. คู่กับ ศุภกิจ จินะใจ ของบุรีรัมย์ เอฟซี ที่จำนวน 4 ประตูเท่ากัน

แต่เดอะ มัส ของเราลงเล่นไปแค่ 4 นัดเองนะขอรับ

พูดถึงเดอะ มัส เนี่ย ทำให้ผมนึกถึง "ปิ๊ปโป้ อินซากี้" ของมิลานเลยนะ
เป็นดาวยิงประเภทที่ขอโอกาสไม่มาก ใช้จังหวะไม่เปลือง ในเกมอาจไม่ได้สร้างอิมแพ็คอะไรต่อทีมเท่าไหร่ แต่ถ้าเผลอปล่อยให้มีโอกาสง้างไกยิงล่ะก้อ

ใส่สกอร์รอได้เลย!

 
 
ผมมันเป็นพวกบ้าสถิติครับ

นั่งนับนิ้วดู ตั้งแต่แข่งรอบ ชปล. เป็นต้นมา ป้อมปราการของเราทำประตูได้ทั้งหมด 8 ลูก
เกิดขึ้นจากลูกเซตพีซ อันเป็นลายเซ็นต์ของเราจำนวน 3 ลูก (พี่ระในเกมกับบางกอก, เดอะ มัสเกมกับระยอง และล่าสุดเจ้าตอยเกมกับชัยนาท)
โดย 2 ใน 3 ของลูกเซตพีซเป็นเกมนอกบ้าน...

ที่เหลืออีก 5 ประตู เกิดขึ้นจากการต่อบอลทะลุช่องสวยๆเน้นๆ อีก 3 ประตู
กอล์ฟแทงทะลุช่องให้เดอะ มัสยิงตีเสมอบางกอก 1-1 ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก,
อามัวดีดให้เชอรีฟยิงประตูชัยดับเลย 2-1 และล่าสุด เจ้าตอยแทงทะลุช่องให้เดอะ มัสเจ้าเก่ายิงเสียบมุมขัยนาท 3-1

อีก 2 ประตู เกิดจากการเข้าซ้ำดาบสองขอรับ
มาจากเชอรีฟที่ยิงตีเสมอเลย (อามัวยิงชนเสา) และอีกลูกก็เป็นของ เดอะ มัส อัดด้วยซ้ายเสยตาข่ายชัยนาท (เชอรีฟยิงชนเสา)

ทั้งหมดที่ร่ายมาอย่างยาวยืดนั้น เพื่อต้องการแสดงให้เห็นว่าป้อมปราการของเรา หลังจากเริ่มจับจังหวะการเล่นเกมรุกในระบบ 4-4-2 ได้แล้ว
พลานุภาพในการทำลายล้างตาข่ายคู่ต่อสู้ของเรา เริ่มพัฒนาแบบเป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ได้หวังแค่ลูกเซตพีซอย่างเดียวเหมือนก่อนอีกแล้ว

แต่ลูกทะลุช่องหรือเข้าทำแบบโอเพ่น เพลย์ เริ่มหวังผลได้มากขึ้นทุกที
ส่วนนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับ "โค้ชคู่..ผู้พิชิต" ของเรา

เกมหน้า...เชื่อว่าชัยนาทต้องทำการบ้านกับทีมเราใหม่หมด หลังจากโดนเราตีท้ายครัวด้วยรูปแบบการเล่นที่แปลกตาขึ้น
นั่นอาจทำให้เราพบงานหนักกว่าเกมที่แล้ว

แต่ผมยังเชื่อมือของโค้ชจักรี กับป๋าตุ้ยขอรับ ว่าในครึ่งซีซั่นหลัง จะงัดไม้เด็ดๆออกมาให้เราได้เห็นอีกแน่

ผลจากการที่เราอัดชัยนาททีมเต็ง 3 เม็ดถึงเขาพลองนั้น
อาจทำให้แฟนบอลเมาเชียร์เต็มสนามกรมศุลฯอีกครั้งอย่างแน่นอน หวังว่าเสียงเชียร์จากฟอร์เทสเชี่ยนจะไม่ทำให้ขุนพลป้อมปราการกดดันตัวเองเหมือนนัดกับบางกอกนะครับ

เล่นให้ดุดัน ขยันเพรสซิ่งเหมือนเกมกับเลย และชัยนาท
รับรองเลยว่า ปราการจะผงาดขึ้นดิวิชั่นหนึ่ง โดยไม่ต้องไปเพลย์ออฟอะไรให้ยุ่งยากเสียเวลาเลย

แล้วเจอกันวันลอยกระทงครับ ครอบครัวปราการ.
 
 

Comment

Comment:

Tweet