ผมนั่งซึมกระทือ มือวางทิ้งไว้ที่แป้นคีย์บอร์ดอยู่นานนับ 5 นาทีโดยที่ไม่สามารถกดแรงกระแทกแป้นพิมพ์เพื่อสื่อข้อความใดๆลงไปได้เลยซักประโยคเดียว...

เหมือนโดนสตัฟฟ์ไว้ที่เก้าอี้คอมพิวเตอร์ราวกับสัตว์หายากในพิพิธภัณฑ์

มีแต่คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในซีลีบัม
ทั้งเรื่องราวในสนามที่ถูกบิดเบี้ยวอันเกิดจากการทำตัวน่าสงสัยอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกหลายๆครั้งของผู้ทำหน้าที่ตุลาการบนสังเวียนหญ้า ยามพ่นลมนกหวีดทุกครั้งที่ทีมเราลงสนาม
ราวกับจะขับไล่ไสส่งทีมเราไม่ให้ผุดให้เกิดก็ไม่ปาน

ทั้งเรื่องที่ผมหวาดกลัวก่อนเกมเริ่ม
นั่นก็คือนักเตะป้อมปราการจะออกอาการเป๋ทุกครั้ง ยามลงเล่นในบ้านของตัวเอง!
โดยน้ำมือของสิ่งที่มองไม่เห็นอย่าง "ความกดดัน"
ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่ผมสังหรณ์

เรื่องที่ผมเจ็บปวดมากถึงมากที่สุด ไม่ใช่ความปราชัยต่อชัยนาท ไม่ใช่การที่ปราการตกลงไปจมอยู่ที่อันดับ 4 เหมือนเดิม เรื่องพวกนี้สำหรับการเชียร์บอล มันจิ๊บจ๊อยมากครับ

แต่เรื่องใหญ่ที่ทำให้ผม รวมไปถึงแฟนๆอีกหลายๆคนผิดหวังและเจ็บปวด
กลับเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เผอิญว่า "เรา" หลงลืมอะไรบางอย่างไปหรือเปล่า?
 

 

ปกติผมจะสาธยายถึงรูปเกม, ไลน์อัพทั้ง 11 คน รวมไปถึงสถิติบ้าบออะไรต่างๆนาๆ ใช่มั้ยครับ?

แต่วันนี้ ต้องขอสารภาพเลยว่าด้วยอารมณ์ของการเชียร์ที่เดือดพล่าน (อันเนื่องมาจากกรรมการห้ามไก่) ทำให้ผมเองก็ "หลงลืม" วิเคราะห์เกมของทั้งสองฝั่งไปเสียสนิท
ซีลีบัมที่มีรอยหยักน้อยกว่าเส้นมาม่าของผม มันสั่งการอย่างเดียวคือ "เชียร์..เชียร์...และก็เชียร์"

บอกได้แค่ว่า...
ปราการเราสู้ชัยนาทและทีมอื่นที่เหลือได้สบาย หากรู้จักโยนความกดดันที่หนักอึ้งออกไป แล้วก้าวลงสนามด้วยความคิดที่ว่า "เราจะน็อคคุณด้วยความใจเย็น" เหมือนที่เราทำกับชัยนาทเมื่อสัปดาห์ก่อน

เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะครับ ต่อให้เล่นที่ไหน เราก็ชนะเค้าได้หมดแน่ๆ

อาการบาดเจ็บของ "เดอะ มัส" และ "อามัว" ต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่กว่าการโดนชัยนาทบุกมาลูบคมเสียอีก (ในความคิดผม)
ขณะที่ขุนพลฟ้า-ขาวของเราทุกคน ผมใคร่ขอกระแทกมือให้ดังๆกับความพยายามอย่างเต็มที่ ถึงแม้ผลลัพธ์ที่ออกมาจะไม่สวยหรูอย่างที่หวังไว้ก็ตาม

แต่..เอ?
บางทีผมเองก็ "หลงลืมอะไรบางอย่าง" ไปเหมือนกันนะครับ
ผมลองมูนวอล์คเข็มนาฬิกากลับไปเมื่อวันก่อนแข่งกับชัยนาทนัดแรก (ที่เขาพลอง) นาทีนั้นด้วยชื่อชั้นและอำนาจของ "มือที่มองไม่เห็น" มันทำให้เราตั้งเป้าในเกมพบกับชัยนาทเหย้า-เยือนอย่างไรนะครับ

บางคนว่าไปกลับขอ 2 แต้ม (เสมอทั้งสองนัด)
บางคนว่าขอ 3 แต้ม (ชนะหนึ่ง แพ้หนึ่ง)
ขณะที่ผมเองลั่นเอาไว้ว่าขอ 3 หรือ 4 แต้ม

แล้วผลที่ออกมาสองนัด เราเก็บได้ 3 แต้ม ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้นิดๆ แต่ก็ไม่เลวเลยไม่ใช่เหรอครับ?

มองโลกในแง่ดี
อย่างน้อยๆเรายังอยู่ในพื้นที่เพลย์ออฟ ถึงแม้เป้าหมายสูงสุดของเราคือ "เลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติ" แต่ขี้หมูขี้หมา ป้อมปราการต้องเกาะเพลย์ออฟไวให้ได้ ถึงแม้จะต้องแลกด้วยการลงเล่นเพิ่มอีก 2 นัดก็ตาม
เผลอๆถ้าได้แค่เพลย์ออฟ แล้วจับสลากเจอ "นราธิวาส" ล่ะ โอ้ววววว! ไม่อยากคิดครับว่ามันจะคลาสสิคขนาดไหน

Time for Revenge ใช่ป่ะล่ะ?

เอาน่า...หนทางสู่ดิวิชั่นหนึ่งของเรายังไม่ตีบตันเสียหน่อย
เผลอๆเล่นเกมเยือนอีก 3 นัด เราอาจได้แต้มเต็มก็ได้ ใครจะรู้?

ส่วนเกมกับระยองในบ้านนัดสุดท้าย ผมไม่ขออะไรมากครับ
ขอแค่ Fino คันที่จอดอยู่หน้าสนามคันนั้นคันเดียวก็พอ ฮ่าๆ


การบุกไปไล่โขยกนกใหญ่ถึงเขาพลอง สเตเดี้ยมเมื่อสัปดาห์ก่อน คือเหตุผลใหญ่ ที่ทำให้กองเชียร์เรา "คาดหวัง" กับผลการแข่งขันในวันนี้มากจนเกินไป
มากจนบางที เมื่อผลการแข่งขันที่ออกมาตรงข้ามกับสิ่งที่คาดหวัง บวกกับการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ที่สมควรจะไปเป็นกรรมการห้ามไก่มากกว่ามาเป่าฟุตบอล

เลยทำให้เพื่อนๆของเราบางคน "หลงลืมอะไรบางอย่าง" ไป
ซึ่งสิ่งนั้น กลับเป็นสิ่งที่ "ป้อมปราการ" ประกาศตัวมาตลอดด้วยว่า "เราคือใคร?"

"เราคือ...สุภาพบุรุษ สมุทรปราการ"

ครับ เราคือสุภาพบุรุษสมุทรปราการ
สุภาพบุรุษ สมุทรปราการ ต้องรู้จักเก็บอารมณ์ครับ ต่อให้เราจะโดนเยาะเย้ย ถากถาง ดูแคลน โดนรังแกจากมือที่มองไม่เห็นขนาดไหน

ความหมายของสุภาพบุรุษ สมุทรปราการคือ "ต้องอดทน" ครับ

เราเป็นกองเชียร์ที่น่ารัก มิใช่หรือ?
เราคือฟอร์เทเชี่ยนที่น่าคบหา มิใช่หรือ?
เราคือกองกำลังที่พาสโมสรเดินหน้าสู่ "ความเป็นมืออาชีพ" มิใช่หรือ?


เมื่อวานผมนั่งอยู่ทางสแตนด์ฝั่งขวา ประโยคนึงที่คุณกอล์ฟนำเชียร์ ตะโกนเตือนสติพวกเราตอนที่โดนนำห่างว่า
"เอ้า! นักบอลยังไม่ยอมแพ้เลย แล้วพวกเรากองเชียร์จะยอมแพ้ได้ไง เอ้า! ลุยต่อ"

ประโยคเดียว เรียกเสียงกระแทกมือและความฮึกเหิมได้เป็นพะเรอเกวียน

ใช่ครับ นักบอลยังไม่ยอมแพ้ แล้วเราจะยอมแพ้ได้ไง
เช่นเดียวกันครับ

เมื่อนักฟุตบอลของเราเริ่มเป็นมืออาชีพแล้ว แล้วกองเชียร์อย่างพวกเราก็ต้องเป็นมืออาชีพ
เมื่อนักฟุตบอลของเรารู้จักอดทนกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราก็ต้องอดทน (แม้มันจะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม)


เกมเมื่อวาน "เราหลงลืม ความเป็นสุภาพบุรุษ สมุทรปราการ" ไป
แต่นับจากนี้ไป....สัญญากันนะครับ ว่าพวกเราจะไม่ลืมวลีเด็ดวลีนี้อีกเป็นอันขาด

วลีที่ว่าเราคือใคร?
"เราคือ สุภาพบุรุษ สมุทรปราการ".
 
 

 




Comment

Comment:

Tweet