"ใจไม่แกร่ง อย่าริเชียร์ปราการ"
 
ผมจำได้แม่นเลยครับ ว่าเห็นวลีเท่ๆวลีนี้ครั้งแรก ก็ตอนที่มันหล่นอยู่บนหลังเสื้อยืดของฟอร์เทเชี่ยนคนนึง ในระหว่างการยืนตะโกนร้องเพลงเชียร์ที่สแตนด์ฝั่งซ้ายของเรา ในเกมที่เปิดสนามกรมศุลฯ เฉือนเอาชนะ อยุธยา เอฟซี ไป 1 ประตู ต่อ 0 จากการทำประตูของพี่อุ้ม
 
นั่นเป็นเกมแรกของผม สำหรับการมาเชียร์ป้อมปราการในบ้าน
 
สารภาพว่าเห็นครั้งแรกก็สะดุดตา แต่ก็ไม่ได้รู้สึกลึกซึ้งอะไรกับวลีเท่ๆวลีนี้เท่าไหร่นัก
จนกระทั่ง....
 
ใบแดงของอามัวในเกมกับภูเก็ต, จุดโทษปริศนาในเกมกับบางกอก, ชัยนาท รวมไปถึงการพ่นลมนกหวีดเห่ยๆของคนที่ใครต่อเรียกขานอย่างสวยหรูว่า "ตุลาการบนสังเวียนแข้ง"
ล่าสุด กับใบแดงแรกในชีวิตนักเตะของโน้ต กับ เชอรีฟ พร้อมประตูตีเสมอที่สุดแสนจะค้านสายตาของคนดูฟุตบอลทั้งประเทศ
 
ประตูที่แม้แต่แฟนเลย ซิตี้ เองยังแอบบ่นว่า "ไม่สะอาด"
 
                        ------------------------------------------------------------------------------

 
ผมพลาดทริปไปเยือนเมืองเลย เพราะเหตุผลส่วนตัว
ซึ่งนับว่าเป็นเกมแรกในรอบ RCL นี่เลยนะครับ ที่ผมพลาดไปเชียร์ป้อมปราการถึงขอบสนาม
แต่ยังไม่พลาด สำหรับการเกาะติดทางจออินเตอร์เน็ตขอรับ
 
ผมกับเพื่อนๆที่ตกรถบัสไปเยือนเลย อีกร่วมๆสิบกว่าชีวิต นั่งดูป้อมปราการของเราผ่านทาง "เลย แชนเนล" ที่ถ่ายทอดสดๆผ่านเว็บไซต์สโมสรของเค้า (ขอขอบพระคุณ มา ณ ที่นี้)
ถึงจอจะเล็ก มีกระตุกบ้างตามจังหวะ แต่โดยรวมบรรยากาศไม่ต่างจากการเชียร์ที่ขอบสนามเลยครับ
 
ผมใส่เฮดโฟนนั่งดูอยู่ สาบานได้เลยว่าได้ยินแต่เสียงเพลงเชียร์ของป้อมปราการอยู่ทีมเดียว
อีกทั้งเวลามีช็อตเด็ดๆ ก็เข้าไปโพสต์กันในห้องแชทรูม พูดคุยเหมือนตอนไปดูที่สนามกันเลย
ถึงได้บอกไงครับ ว่าบรรยากาศไม่ต่างจากริมสนามแม้แต่น้อย
 
หะแรก ที่ผมเห็นรายชื่อ 11 คน ของเรานั้น
ความคาดหวังที่มีต่อเกมนี้นั่นคือ ชนะแค่ลูกเดียวก็พอแล้ว
 
ด้วยเพราะการขาดหายไปของบรรดาดาวยิงอย่าง "(14) เดอะมัส", "(10) พี่ระ และล่าสุดก็ "(9) แพทตี้" ส่งผลต่ออานุภาพในการทำลายล้างของเราไปพอสมควรเลยทีเดียว
นี่ยังไม่รวมถึงอาการบาดเจ็บที่ลักพาตัวผู้เล่นของเราในตำแหน่งอื่นๆไปอีก อย่าง "(2) เจ้าเบิร์ด", (6) พี่เป็ด กำแพงเหล็กแห่งป้อมปราการ รวมไปถึงสภาพที่ไม่สมบูรณ์ของ "(38) แบงค์ แบ็คซ้ายจอมบุก และ "(24) อามัว" ที่พึ่งฟื้นจากการโดน "ย่ำ" ที่หน้าเมื่อสัปดาห์ก่อน
 
นั่นจึงทำให้เราได้ยลโฉมผู้เล่นหลายๆคนที่หายหน้าหายตาไปจากทีมชีตเสียนานอย่าง "(4) ชาริติ ทวาเรศ" แบ็คขวาที่ลงทำหน้าที่แทนเจ้าเบิร์ด
"(21) วรชัย นาสูงชน" กับการลงลากเลื้อยในตำแหน่งแบ็คซ้าย แทนแบงค์ที่สภาพไม่สมบูรณ์
ขณะที่ เกมนี้ ก็ได้ฤกษ์เปิดซิง เคาะสนิม "(30) เกียรติศักดิ์ เทือนสันเทียะ" ที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรก โดยได้รับหน้าที่ให้ทำเกมริมเส้นฝั่งซ้าย
 
ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆก็เป็นชุดเดิมที่เล่นด้วยกันมาตลอด โดยวันนี้โค้ชจักรีจำเป็นต้องใส่ "(39) อุสมาเน่ เชอรีฟ)" กับ "(24) ไอแซค อามัว" ลงเป็นคู่กองหน้าคู่กัน
 
รูปเกมที่ออกมา ปราการชุดพิการเล่นไม่ได้เป็นรองเจ้าบ้านเลยแม้แต่น้อย
โอกาสยิงประตูมีได้ลุ้นมากมายหลายต่อหลายครั้ง ทั้งเชอรีฟ, อามัว และเกียรติศักดิ์ ที่ได้ยิงคนละครั้งสองครั้งในครึ่งแรก
 
ก่อนที่จะได้ประตู จากจังหวะโต้กลับที่เด็ดขาดโดย "อามัว เดอะ พันนิชเชอร์" อองรีแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่รับบอลคิลเลอร์พาส จากพี่อุ้ม ก่อนจะแปด้วยซ้ายสวนตัวนายทวารของเลย ซิตี้ เข้าไปนิ่มๆ
ชนิดที่ว่ากองหลังเลยพยายามวิ่งตามมาเคลียร์ที่เส้นจนฝุ่นฟุ้ง ก็ยังไม่ทัน
 
เรียกว่าเป็นการเข้าทำที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบมาก คมกริบทั้งคนจ่าย และคนยิง
 
เมื่อได้ประตูนำ ป้อมปราการก็เล่นตามแผนที่วางไว้ได้อย่างเยี่ยมยุทธ์ทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการคุมคน ลงไปรับลึก แล้วอาศัยจังหวะโต้กลับสวยๆ ที่เกือบจะบวกประตูที่สองเพิ่มได้หลายต่อหลายครั้ง
 
จนกระทั่ง....
ใบแดงแรกในชีวิตนักเตะของ "(22) โน้ต - ณัฐพงษ์ คำอักษร" ที่มองจากมุมไหนและภาพช้ากี่ครั้งๆ ก็ไม่น่าจะรุนแรงถึงขนาดต้องแจก "ใบแดง" ให้ทันทีขนาดนั้น
ทั้งๆที่โน้ตพึ่งจะลงสนามไปได้แค่ 22 นาทีเท่านั้น
 
เหมือนจะยังไม่พอครับ
เมื่อเชอรีฟ มาโดนใบเหลืองที่สองชนิดที่แฟนเลยเองยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร
 
ร้ายที่สุด ละครชีวิตเรื่องนี้กลับจบลงแบบเมโล-ดราม่า น้ำตาไหลพรากสุดๆ
กับจังหวะที่เลยตีเสมอได้ในวินาทีสุดท้ายของเกม ทั้งๆที่เป็นการ "ชาร์จ" ผู้รักษาประตูในกรอบ 6 หลาเห็นๆ
 
                    ------------------------------------------------------------------------------------
 
จาก 3 แต้มที่ปราการถืออยู่ในมือ ถูกแปรเปลี่ยนเป็น 1 แต้มลุ่นๆ ที่ต้องให้ไปลุ้นอย่างจงหนักในอีก 3 นัดที่เหลือ

3 นัดที่จะตัดสินอนาคตสโมสรเล็กๆสโมสรนึง
3 นัดที่ต้องพิสูจน์แรงใจ แรงเชียร์ แรงศรัทธาของกลุ่มคนเสื้อฟ้า-ขาวกลุ่มนึง
3 นัดที่ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องราวเมโล-ดราม่า อะไรแบบนี้อีกหรือไม่

 
แต่ใครเล่าจะสนครับ?
ป้อมปราการและเหล่าฟอร์เทเชี่ยนทุกคน ล้วนลงเล่น ลงไปเชียร์ด้วยหัวใจนักกีฬาอยู่แล้ว
พวกเราไม่ได้ลงไปในสนามแค่ความมุ่งมั่น แต่เอาศักดิ์ศรีของเกมกีฬาแห่งลูกผู้ชายลงไปด้วย
 
ถ้าจะชนะ ต้องชนะอย่างขาวสะอาด
ถ้าจะขึ้นชั้น ก็ต้องขึ้นชั้นด้วยศักดิ์ศรี ที่กล้ายืดอกไปดิวิชั่นหนึ่งแบบไม่มีข้อครหา
 
จากที่ไม่เคยเข้าใจวลีที่ว่า "ใจไม่แกร่ง...อย่าริเชียร์ปราการ"
วันนี้ ผมรู้ซึ้งถึงความหมายของมันแล้วครับ.